::ลิงค์ผู้สนับสนุนใจดีช่วยคลิ๊กเข้าไปดูหน่อยนะครับ ^__^ ::: แบตเตอรี่รถยนต์

Ebook online ช่างซ่อมคอมเหรอ..คุณก็เป็นได้|บทที่2Power supplyแหล่งจ่ายพลังงานให้กับคอมพิวเตอร์




power supply

บทที่ 2-1

เพาเวอร์ซัปพลาย  ตัวจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์

เวลาผ่านไปราว 15 นาที ยายเล็กก็เดินกลับมาที่ห้องผมในมือถือแก้วน้ำทรงสูงใบโปรดที่ใส่น้ำมะนาวปั่นอยู่เต็มแก้วพร้อมหลอดดูดสีแดงสด
“ดีจัง รู้จักเอาแก้วไปใส่น้ำมะนาวเอง ไม่ต้องใส่ แก้วพลาสติกของที่ร้านมาเล็กจะช่วยลดขยะลดโลกร้อนใช่ไหม” ผมกล่าวชื่นชมน้องสาวพร้อมภูมิใจที่เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
“อ๋อ…ไม่ใช่หรอกคะคือถ้าใช้แก้วพลาสติกที่ร้านเวลาคุณป้าปั่นน้ำมะนาวทีไร จะเหลือติดก้นโถทุกที เล็กเสียดายคะเลยเอาแก้วบ้านเราไปใส่มันใส่ได้เต็มพอดี” ตอบพลางดูดน้ำมะนาวอึกใหญ่
“อา… งั้นเรามาเรียนเรื่อง พาวเวอร์ซัพพลายกันดีกว่า”

เพาเวอร์ซัปพลาย…ตัวจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์
อย่างที่ได้อธิบายไปในบทที่แล้วนะครับว่าเพาเวอร์ซัปพลาย (Power supply) นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราโดยการแปลงไฟจากกระแสสลับ(DC) เป็นไฟกระแสตรง(AC) แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ เพาเวอร์ซัปพลายยังมีมากกว่านั้นคือในตัวมันจะมีวงจรที่ใช้ตรวจสอบการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าที่เรียกว่า “สวิตชิ่ง” (Switching) ดังนั้นชื่อเต็ม ๆ ของเพาเวอร์ซัปพลายที่เราเรียกกันอยู่คือ “สวิตชิ่งเพาเวอร์ซัปพลาย” (Switching power supply) ซึ่งจริง ๆแล้วเจ้าสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัปพลายนี้ไม่ได้มีใช้แต่ในคอมพิวเตอร์เท่านั้นนะครับแต่มันถูกใช้อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ เช่นโทรทัศน์,วิทยุ ก็ใช้เจ้าสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัปพลายเป็นตัวจ่ายพลังงานทั้งนั้น

 

power supply

 

 หลักการทำงานของ สวิตชิ่งเพาเวอร์ซัปพลาย
ก่อนอื่นเราจะต้องมาเรียนรู้ถึงหลักการทำงานของสวิตชิ่งพาวเวอร์ซัปพลายกันก่อนนะครับเวลาเกิดปัญหาขึ้นมาเราจะได้วิเคราะห์หาสาเหตุถูกว่ามันเกิดจากตรงไหนถ้าคุณผู้อ่านมี เพาเวอร์ซัปพลายที่ไม่ใช้แล้วจะหยิบมันมาไขน๊อตเปิดฝาออกมาดูเทียบกันก็ได้นะครับแต่ว่าอย่าไปเสียบไฟเข้าแล้วกันเดี๋ยวจะโดนไฟดูดเอา

การทำงานของเพาเวอร์ซัปพลายนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ภาคไฟสูง,ภาคลดทอนแรงดัน,ภาคไฟต่ำ
[[*]] ภาคไฟสูง  เมื่อไฟ AC 220 V ผ่านเข้าที่ภาคไฟสูงแล้วค่าไฟจะถูกแปลงให้เป็นค่าไฟ DC สูง (ประมาณ 300V) ด้วยอุปกรณ์ที่ชื่อว่า แพคเกจไดโอด (package diode) ที่นอนเรียงกันอยู่ 4 ตัวเล็ก ๆ นั่นละครับหลังจากค่าไฟถูกแปลงเป็น DC สูงแล้วก็จะถูกส่งไปที่กระป๋องใหญ่ ๆ สองตัวด้านบน อันนั้นเราเรียกว่า “คาปาซิเตอร์” (Capacitor) หรือภาษาช่างเค้าเรียกว่า “ซีกระป๋อง” เจ้าซีกระป๋องนี้จะทำหน้าที่กรองประจุไฟฟ้าที่ไหลผ่านเข้ามาให้มันเดินเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เนื่องจากการแปลงค่าไฟจาก AC  เป็น DC โดยใช้แพคเกจไดโอดนั้น ค่าไฟที่ได้จะไม่คงที่เหมือนแปลงจากหม้อแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพไฟ AC ที่เข้ามาถ้าไฟ AC ไม่นิ่ง ไฟ DC ที่ออกก็จะไม่นิ่งด้วย) เมื่อไฟผ่าน ซีกระป๋องไปแล้วจะไปยังภไปยังภาคลดทอนแรงดัน

[[*]] ภาคลดทอนแรงดัน จะมีหม้อแปลง (Transformer) เพื่อลดทอนกำลังไฟ DC สูงให้เป็น DC ต่ำ 3 ค่าได้แก่ 3.3V,5Vและ 12V  และเมื่อแรงดันไฟถูกลดทอนไปเรียบร้อยแล้วก็จะถูกส่งไปยังทรานซิเตอร์ 3 ตัว(ด้านซ้ายของภาพ)ที่ทำหน้าที่เป็น “สวิตชิ่ง” (Switching) ซึ่งเจ้าตัวนี้ละครับจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบอุปกรณ์ที่รับโหลดจาก เพาเวอร์ซัปพลายว่าทำงานผิดปกติหรือลัดวงจรหรือไม่ถ้าสวิตชิ่งตรวจพบการลัดวงจรของอุปกรณ์ก็จะทำการตัดไฟออกจากภาคไฟต่ำทันทีก็จะส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ทำงาน แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติสวิตชิ่งก็จะปล่อยกระแสให้ไหลผ่านไปสู่ภาคไฟต่ำ

[[*]] ภาคไฟต่ำ เมื่อกระแสไฟผ่านมาที่ภาคนี้ก็จะถูกนำเข้าสู่วงจรเรียงกระแส และกรองกระแสให้เรียบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยออกไปจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

 

ดูมันวุ่นวายจังนะคะเล็กคงซ่อมมันไม่ได้หรอก” ยายเล็กว่าพลางขมวดคิ้วมองดูวงจรภายในกล่องเพาเวอร์ซัปพลาย
“จริง ๆ แล้วในงานซ่อมคอมพิวเตอร์เราไม่จำเป็นต้องเก่งถึงขั้นซ่อมเพาเวอร์ซัปพลายได้หรอก แค่รู้หลักการทำงานก็พอแล้วจะได้เอาไปวิเคราะห์อาการเสียที่อาจจะเกิดมาจากเพาเวอร์ซัปพลายได้ไง”

อ่านต่อ บทที่ 2-2 มัลติมิเตอร์เครื่องมือช่วยตรวจสอบอาการเสียของ Power supply




1 comment

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *