::ลิงค์ผู้สนับสนุนใจดีช่วยคลิ๊กเข้าไปดูหน่อยนะครับ ^__^ ::: แบตเตอรี่รถยนต์

Ebookช่างซ่อมคอมเหรอ..คุณก็เป็นได้|บทที่2-3อาการเสียของpowersupply และวิธีทดสอบ




อาการเสียของ power supply

 

หลังจากที่เราได้ศึกษาเรื่องของการใช้งานมัลติมิเตอร์ในการวัดแรงดันไฟกันไปแล้วคราวนี้เราก็มาเข้าสู่ในช่วงของการวิเคราะห์อาการเสียที่น่าจะเกิดจากตัว Power supply ของเรา และวิธีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามันเกิดจากpower supply จริงหรือไม่กันครับ

[[*]] เปิดไม่ติด ไฟไม่เข้า ผมเคยเข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับการซ่อมคอมพิวเตอร์หลายที่เกี่ยวกับอาการนี้และมักมีคนส่วนมากเข้ามาตอบว่ามันเกิดจากเพาเวอร์ซัปพลายเสียให้หาอันใหม่มาเปลี่ยนหรือให้ไปซื้อตัวใหม่มาเปลี่ยนแต่ถ้าคุณได้ศึกษาถึงหลักการทำงานของเพาเวอร์ซัปพลายแล้วก็จะรู้ว่าอาการเปิดไม่ติดนี้อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากเพาเวอร์ซัปพลายแต่อาจเกิดจากวงจรสวิตชิ่งตรวจพบปัญหาหรือการลัดวงจรของอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งจึงทำให้สวิตชิ่งตัดไฟออกจากภาคไฟต่ำเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ดังน้นเราจำเป็นที่จะต้องทำการทดสอบว่าการเปิดไม่ติดไฟไม่เข้านี้มีสาเหตุมาจากอะไร
วิธีการทดสอบ ให้คุณผู้อ่านเปิดฝากเคสออกมาแล้วสังเกตบนเมนบอร์ดบางรุ่น จะมีไฟแสดงสถานะสีเขียว ๆ สว่างอยู่เมื่อมีการเสียบปลั๊กไฟถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องให้ดูว่าไฟนั้นสว่างอยู่หรือไม่ถ้าสว่างอยู่ให้คุณผู้อ่านมองที่พัดลม CPU ไว้ให้ดีแล้วกดปุ่ม Power เพื่อเปิดการทำงาน หากพัดลม CPU มีการกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะนิ่งไปให้สันนิฐานไว้ว่าอาการเสียนั้นไม่ได้เกิดจากเพาเวอร์ซัปพลาย แต่อาจเกิดจากอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งมีการลัดวงจรอยู่ดังนั้นเราจึงต้องไล่ทดสอบอุปกรณ์ทีละตัวด้วยวิธีง่าย ๆ คือดึงสายไฟที่ต่ออยู่กับอุปกรณ์ทุกตัวออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็น Harddisk,CD-ROM ให้เหลือไว้เพียงสายไฟที่เชื่อมไปยังเมนบอร์ดเท่านั้นแล้วลองกดปุ่มเปิดสวิชดูถ้าหากไม่ติดก็แสดงว่าเมนบอร์ดอาจลัดวงจร แต่ถ้าเปิดติดก็ให้ไล่เสียบอุปกรณ์อื่น ๆ แล้วทดสอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพบตัวที่เปิดแล้วไม่ติด (ปกติแล้วจะพบอาการแบบนี้กับ Floppy drive บ่อยที่สุดเพราะนักซ่อมคอมมือใหม่มักเสียบหัวจ่ายไฟผิดช่อง)แต่ถ้าพัดลม CPU ไม่มีอาการกระตุกก่อนนิ่งไปอันนี้อาจจะเกิดจาก เพาเวอร์ซัปพลายก็ได้ดังนั้นเราจะต้องมาทำการทดสอบเพาเวอร์ซัปพลายด้วยการ “ต่อตรง” เพื่อดูว่ามันทำงานได้หรือไม่

การต่อตรงเพื่อทดสอบเพาเวอร์ซัปพลาย โดยปกติแล้วการที่จะทำให้เพาเวอร์ซัปพลายทำงานได้นั้นเราจะต้องกดสวิตเปิดเครื่องที่ต่อตรงเข้ากับเมนบอร์ดเพื่อให้เมนบอร์ดไปสั่งให้เพาเวอร์ซัปพลายนั้นทำงานแต่ในกรณีที่เราต้องการทดสอบว่าเพาเวอร์ซัปพลายยังคงทำงานได้หรือไม่ในกรณีที่เครื่องเปิดไม่ติดเราต้องใช้วิธีการต่อตรงครับซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเป็นคลิปหนีบกระดาษที่เป็นโลหะ 1 อัน

โดยให้คุณถอดหัวต่อที่ติดอยู่กับเมนบอร์ดออกมาดู จะนับช่องทั้งหมดได้ 20 ช่อง แต่ถ้าเป็นเพาเวอร์ซัปพลายแบบ 24 พิน ก็ให้คุณถอดสายที่เป็นขาเสริม 4 พินออกก่อนให้เหลือแค่ 20 พินจะได้ไม่งง

วิธีทดสอบ power supply

จากนั้นให้งอคลิปเหล็กเสียบเข้าไปที่ชอบ 4 และ 7 ตามภาพแล้วเสียบปลั๊กไฟของเพาเวอร์ซัปพลายดูถ้าเสียบปลั๊กแล้วพัดลมระบายความร้อนของเพาเวอร์ซัปพลายทำงานก็แน่ใจได้ว่าเพาเวอร์ซัปพลายไม่ได้เสียแต่ถ้าพัดลมไม่ทำงานก็สรุปไม่ได้ว่าเพาเวอร์ซัปพลายเสีย เพราะพัดลมอาจไม่ทำงานเนื่องจากมีฝุ่นเข้าไปอัดอยู่มากก็ได้เราต้องมาทดสอบด้วยการวัดไฟออกกันครับ
ขั้นตอนการทดสอบการวัดไฟออกของ เพาเวอร์ซัปพลาย
อย่าครับ ๆ อย่าเพิ่งไปรีบเสียบปลั๊กรีบวัดไฟก่อนเพราะเราต้องมาเรียนรู้กันก่อนว่าสายไฟสีไหนจ่ายไฟเท่าไหร่จะได้ตั้งย่านวัดได้ถูกค่าครับ สีของสายไฟออกที่เราจำเป็นต้องรู้มีอยู่ 3 สีด้วยกันคือ
1.สีส้ม จ่ายไฟ DC 3.3V  สำหรับ CPU,RAM และ VGA
2.สีแดง  จ่ายไฟ DC 5V  สำหรับเมนบอร์ด,พอร์ตและไดร์ฟต่างๆ
3.สีเหลือง จ่ายไฟ DC 12V สำหรับ มอเตอร์ HDD ,พัดลม และอุปกรณ์บางตัวบนเมนบอร์ด

เอาละครับเมื่อทราบแล้วว่าสายไฟสีไหนจ่ายไฟค่าเท่าไหร่ทีนี้เราก็มาลงมือวัดกันเลยครับ เพื่อเป็นการทดสอบว่าเพาเวอร์ซัปพลายนั้นจ่ายไฟได้ปกติหรือไม่

การวัดไฟ DC 3.3V

มัลติมิเตอร์และ powersupply

1.ให้ปรับมิเตอร์ไปที่ย่านวัด DC 10 V นำเข็มมิเตอร์ขั้วบวกเสียบเข้ากับขั้วสายสีส้มบนหัวต่อเมนบอร์ดและเข็มมิเตอร์ขั้วลบเสียบเข้ากับสายสีดำเส้นใดก็ได้แล้วเสียบปลั๊ก

2.ดูที่สเกลวัดค่าถ้ามาที่ 5 หรือใกล้เคียงก็ถือว่าใช้ได้

                                                   การวัดไฟ DC 5V

powersupply

1.ปรับย่านวัดไปที่ 10 DCV นำเข็มมิเตอร์ขั้วบวกเสียบเข้ากับหัวไฟโหลดสีแดง และนำ  เข็มมิเตอร์ขั้วลบเสียบกับหัวไฟโหลดสีดำเส้นใดก็ได้แล้วเสียบปลั๊ก
2.ดูสเกลวัดค่าถ้าค่าใกล้เคยงกับ 5 V ก็แสดงว่าค่าไฟช่วงนี้ปกติ

                                                                                                                        การวัดไฟ DC 12V

power supply

1.ปรับย่านวัดที่ 50 DC V นำเข็มมิเตอร์ขั้วบวกเสียบตรงหัวไฟโหลดเส้นสีเหลืองและนำเข็มมิเตอร์ขั้วลบเสียบหัวไฟโหลดเส้นสีดำแล้วเสียบปลั๊ก

2.ดูสเกลวัดค่าที่ย่าน 50 DCv จะสังเกตว่าเข็มชี้ไปที่ 10+1 =11 V ซึ่งตรงนี้อาจสันนิฐานได้ว่าหากนำเพาวเวอร์ซัปพลายตัวนี้ไปใช้อาจมีโอกาสทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดปกติได้แต่โดยปกติแล้วค่า +,- 1 ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไร

“ดูไม่เห็นยากเลยการใช้มัลติมิเตอร์นี่… มาขอเล็กลองวัดหน่อยนะคะ….”
“ดะดะดะ เดี๋ยว” ผมรีบห้าม แต่อารามตกใจทำให้ติดอ่าง
“เปรี๊ย!”
“เจี๊ยก” ยัยเล็กร้องเสียงหลงเมื่อหลังมือไปแตะเข้ากับเพาเวอร์ซัปพลายโดยไม่ตั้งใจ
“พี่กำลังจะบอกว่าถ้าจะทำการทดสอบเพาเวอร์ซัปพลายในลักษณะต่อตรงแบบนี้ควรหารองเท้าที่มีส้นเป็นยางอย่างที่พี่ใส่อยู่นี่ หรือผ้าหนา ๆ มารองที่เท้าอย่าให้เท้าสัมผัสกับพื้นโดยตรงก่อนที่จะทำการตรวจเช็คทุกครั้ง”
“ไม่บอกพรุ่งนี้เลยหล่ะเฮีย”

รองเท้าป้องกันไฟดูด

รองเท้าชูชีพคู่ใจผมเองครับ

สาเหตุที่ 2 สายไฟ
แม้จะไม่ค่อยปรากฏว่าปัญหาที่คอมเปิดไม่ติดจะเกิดจากสายไฟแต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้จากประสบการณ์การซ่อมคอมมา 10 กว่าปี (แต่เป็นช่างอาชีพจริง ๆ ประมาณ 6 ปี) ก็ได้พบเจอกับสาเหตุนี้ประมาณ 2-3 ครั้งดังนั้นก็ก็ไม่ควรที่จะมองข้ามมันไปเช่นกัน โดยสาเหตุส่วนใหญ่แล้วนั้นมาจากการวางคอมพิวเตอร์ชิดผนังจนเกินไปทำให้สายไฟงอติดอยู่กับกำแพงตลอดเวลาจนเกิดการขาดในซึ่งเรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นดังนั้นเราจึงต้องใช้มัลติมิเตอร์เข้ามาช่วยทดสอบสายไฟว่าขาดในจริงหรือไม่

 วิธีการทดสอบ

ทดสอบสายไฟขาดใน

1.ปรับย่านวัดที่ที่ย่านทดสอบสายไฟและฟิวส์
2.นำเข็มมิเตอร์ข้างหนึ่งเสียบเข้าที่รูทางต้นสาย และนำเข็มอีกข้างหนึ่งแตะเข้ากับชาเหล็กตรงปลายสายแตะสลับกันจนกว่าจะได้ยินเสียง “ปี๊ด” ยาว ๆ จากมิเตอร์และเมื่อได้ยินแล้วให้สลับเข็มมิเตอร์มาเสียบตรงรูต้นสายอีกข้างหนึ่งและนำเข็มอีกข้างมาแตะกับขาโลหะข้างที่เหลือ หากว่ามิเตอร์ดัง”ปี๊บ” ทั้ง 2 ข้างแสดงว่าสายไฟเส้นนั้นยังใช้การได้ แต่ถ้าหากมีข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ก็น่าจะมีการขาดในเกิดขึ้น ก็ให้ลองหาสายไฟเส้นใหม่มาลองเปลี่ยนดู

[[*]] เปิดติดไฟเข้า แต่เครื่องไม่ทำงาน
ปัญหานี้เท่าที่ผมเคยพบมามีสาเหตุมาจาก 2 อย่างด้วยกันคือ

1 เพาเวอร์ซัปพลายเสีย อาจจะเกิดจากการใช้งานมานาน ๆ จนทำให้อุปกรณ์ภายในเริ่มสื่อมสภาพ อาจมีการจ่ายไฟไม่ครบ หรือปริมาณไม่เต็มทำให้เครื่องแสดงสถานะว่ามีไฟเข้าแต่ไม่สามารถทำงานได้  วิธีแก้คือให้ลองหาเพาเวอร์ซัปพลายมาลองเปลี่ยนดูครับ

2.ปลั๊กเต้ารับเสีย สาเหตุนี้ในชีวิตเจอมาครั้งเดียวครับ ปัญหาเกิดจากเต้ารับผลิตไม่ได้คุณภาพคือสามารถจ่ายไฟได้เพียง 160v เพียงพอทำให้เครื่องติดแต่ว่าไม่เพียงพอจะทำให้เครื่องทำงาน ดังนั้นเวลาซื้อปลั๊กเต้าเสียบควรซื้ออย่างดีและมีคุณภาพหน่อยนะครับ (ดูจากน้ำหนักกับราคา)

[[*]] เปิดติด เครื่องทำงานได้สักพักก็ค้างหรือรีสตาร์ท

ปัญหานี้มีสาเหตุหลักมาจาก 2 ส่วนด้วยกันคือ
1.ความร้อน เมื่อ CPU หรือ เมนบอร์ดมีความร้อนที่สูงเกินกว่ามาตราฐานกำหนดไว้มันก็จะทำการ รีสตาร์ทหรือค้างได้ครับดังนั้นให้ตรวจสอบ พัดลม CPU หรือพัดลม VGA ว่ายังหมุนด้วยความเร็วที่ปกติหรือไม่(ดูได้จากหัวข้อ hardware monitor ใน BIOSแล Utiluty ที่เราแถมให้ในแผ่น DVD ครับ) ถ้าพัดลมหมุนช้ากว่าปกติให้รีบซื้อมาเปลี่ยนใหม่ทันที

2.เกิดจากเพาเวอร์ซัปพลาย สาเหตุก็คล้าย ๆ กับข้อแรกครับมื่อเราใช้งานเพาเวอร์ซัปพลายไปในระยะเวลาหนึ่งมันก็จะเริ่มมีอาการเสื่อมออกมาโดยบางครั้งอาจทำให้เครื่องค้างเนื่องจากมีอุปกรณ์บางตัวแย่งไฟชุดเดียวกันทำให้การจ่ายไฟไม่เพียงพอ วิธีการแก้ไขคือให้ลองหาเพาเวอร์ซัปพลายใหม่ ๆ มาลองเปลี่ยนแล้วทดสอบใช้ดูครับ

          [[*]] เปิดติด เครื่องทำงานปกติแต่สั่งไรท์ CD แล้วเครื่องค้าง

อาการนี้ไม่ต้องรอหมอดูชื่อดังมาฟันธงหรือคอนเฟิร์ม ผมฟันเฟิร์ม เองเลยว่าเป็นที่เพาเวอร์ซัปพลายแน่นอนเพราะอาการมันชี้ชัดอยู่แล้วว่าตัวเพาเวอร์อาจมีอาการเสื่องเมื่อใช้ไปซักระยะหรือถ้าเป็นของใหม่ก็คือเป็นของที่ผลิตไม่ได้คุณภาพดังนั้น วิธีการแก้คือไปหาซื้อเพาเวอร์ซัปพลายตัวใหม่มาเปลี่ยนกันได้เลยครับ

 

[[*]] เพาเวอร์ซัปพลายวัตต์แท้-วัตต์เทียมเค้าดูกันอย่างไร

power supply

 

เป็นเรื่องเป็นราว talk of the town มาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ว่าเพาเวอร์ซัปพลาย วัตต์แท้ วัตต์เทียมนั้นดูกันที่ตรงไหน เหตุใดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและดูกันยากนัก วันนี้ผมมีแนวทางการดูมาให้ แต่แนวทางนี้ก็ไม่ได้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซนต์ว่าจะได้ของแท้แน่นอน

เพาเวอร์ซัปพลายวัตต์แท้คืออะไร

มันก็คือเพาเวอร์ซัปพลายที่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จ่ายพลังงานและปริมาณกระแส (Volt และ Amp)ได้เต็มที่สม่ำเสมอ ไม่ขาดไม่เกินอันเนื่องมาจากว่าใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นของดีมีคุณภาพได้มาตราฐานเวลาใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดผลเสียกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าการใช้เพาเวอร์ซัปพลายที่ไม่ได้มาตฐานนั้นอาจทำให้อุปกรณ์บางชิ้น อย่าง harddisk เสียหายได้)ดังนั้นเวลาคุณเลือกซื้อเพาเวอร์ซัปพลายตัวใหม่ให้คุณสังเกตดังนี้ครับ
1.ราคา เพาเวอร์ซปพลายวัตต์แท้จะมีราคาสูงกว่า เพาเวอร์ซัปพลายวัตต์เทียมอยู่หลายเท่า อย่างเช่นคุณไปพบ ยี่ห้อ A และ B ที่ข้างกล่องเขียนว่า 550 Watt  ถ้ายี่ห้อ A ราคา 300-450บาทให้สันนิฐานได้เลยว่าเป้ฯวัตต์ไม่แท้ และถ้ายี่ห้อ B ราคาเกิน  800 บาทขึ้นไป ก็น่าจะคิดได้ว่าเป็นของแท้ แต่ก็อย่าเพิ่งแน่ใจเพราะพ่อค้าหัวใสอาจปรับราคาให้ดูแพงเวอร์จนมองเป็นของแท้ก็ได้เราก็ต้องมาดูที่อื่นกันต่อ

2.น้ำหนัก อย่างที่บอกไปแล้วว่าเพาเวอร์ซัปพลายวัตต์แท้นั้นใช้วัสดุดีมีคุณภาพดังนั้นน้ำหนักของมันจึงย่อมมีมากกว่าเพาเวอร์ซัปพลายวัตต์ไม่แท้ ก็ให้ลองเอายี่ห้อ A และ B มาลองเทียบ กันดู

3.บรรจุภัณฑ์ แน่นอนว่าของแพงย่อมมีหีบห่อสวยหรูดูภูมฐานไม่ใช่ราคาแพงใส่มากล่องกระดาษบาง ๆ หรือไม่มีกล่องมีแต่พลาสติกหุ้มมาเฉย ๆ และที่สำคัญถ้าบนกล่องมีสติ๊กเกอร์ในข้อ 4 ติดอยู่ด้วยก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่ามันน่าจะเป้ฯเพาวเวอร์ซัปพลายวัตต์แท้

4.ดูสติ๊กเกอร์รับรองมาตฐาน 80plus ตรา 80 plus นี้เป็นตรารับรองว่าเพาเวอร์ซัปพลายที่ได้รับตรานี้ได้รับการผลิตภายใต้มาตฐาน(ซึ่งอธิบายไปจะยาวมาก)เอาเป็นว่าถ้าคุณเห็นสติ๊กเกอร์นี้บนกล่องเพาเวอร์ซัปพลายตัวใดก็ให้อุ่นใจได้ว่ามันมีโอกาสเป็นเพาวเวอร์ซัปพลายวัตต์ แท้สูงเลยทีเดียว

เมื่อคุณเห็นคุณสมบัติทั้ง 4 อย่างนี้แล้วก็มั่นใจได้เลยครับว่าเพาเวอร์ซัปพลายตัวใหม่ที่คุณจะซื้อมาแทนของเดิมนั้นเป้นของดีได้มาตฐาน คุ้มค่าที่จะซื้อมาใช้ เพราะไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ได้พลังงานเต็ม ๆ และที่สำคัญไม่เสี่ยงก่อให้เกิดความเสียหายกับเครื่องคอมพิวตอร์ครับ  อ้อ..อีกอย่างหนึ่งคือเวลาซื้อนี่ให้ซื้อเพาวเวอร์ซัปพลายที่มีวัตต์มากกว่าของเดิมนะครับ เช่นของเก่า 350 วัตต์ของใหม่ก็ให้ซื้อ 550 วัตต์นะครับ .

“โห!…อะไรเนี่ยเฮีย สอนมายืดยาว กินไปตั้งหลายหน้ากระดาษสรุปคือมีปัญหาก็ให้เปลี่ยนว่างั้น” ยายเล็กถามทำหน้าบูดคงเพราะคงยังเคืองที่โดนไฟดูดเมื่อกี้
“ใช่! เพราะเพาวเวอร์ซัปพลายเป็นอุปกรณ์ที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มไง แล้วปัญหาส่วนใหญ่ที่เจออาการมันคลุมเครือถ้าเราไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงแล้วไปซื้อมาเปลี่ยนเลยก็เท่ากับเสียเงินฟรีสิ จริงมั๊ย “
“จริงก็จริง จ้า”    

อ่านต่อบทที่3-1เมนบอร์ด




1 comment

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *